วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เลือกใช้แบตสำรองถูกชนิด...ชีวิตดี๊ดี!!

แบตสำรองหรือ power bank นั้นในปัจจุบันมีขายอยู่อย่างมากมายกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแบตสำรองนั้นโดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็น  2  ประเภทคือแบบ lithium polymer และแบบลิเทียมไอออน รัตตะสำรองทั้งสองชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อยถึงแม้จะมีลักษณะการใช้งานที่เหมือนกันก็ตาม มาดูชนิดของแบตสำรองกันดีกว่า ว่าแต่ละแบบนั้นจะมีการใช้งานอย่างไรบ้าง??

1.แบตเตอรี่สำรองแบบ lithium polymer
แบตเตอรี่สำรองแบบ lithium polymer  ซึ่งแบตเตอรี่สำรองชนิดนี้เป็นแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานประมาณ  1  ปีซึ่งจะมีอายุการใช้งานเสื่อมสภาพตามเวลาถึงแม้ว่าจะใช้งานอย่างซ้ำซ้ำทั้งชาร์จไฟเข้าและชาร์จไฟออกก็จะไม่มีผลต่ออายุการใช้งานและเมื่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่แบบ lithium polymer มีอายุครบ 1 ปีแล้วนั้นประสิทธิภาพในการเก็บรักษาประจุไฟฟ้าก็จะลดลงไปเรื่อยๆ

2.แบตเตอรี่แบบ lithium ion
แบตเตอรี่สำรองแบบ lithium ion ซึ่งแบตเตอรี่สำรองแบบ lithium ion นี้จะมีอายุการใช้งานตามการใช้ที่เรียกว่า circle หมายถึงการใช้งาน  1 รอบ  10 การใช้งานชาร์จประจุไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบตลิเธียมไอออนนี้ จะเต็มและใช้งานให้หมดก็จะนับเป็น 1 circle โดยปกติแล้วแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออนนี้จะมีสะโพกการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 600 circle และการใช้งานแบตเตอรี่ชนิดนี้ไม่ควรจะใช้งานให้พลังงานในแบตเตอรี่หมดชนิดเหลือ 0% เพราะว่าจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากและแบตเตอรี่ชนิดนี้ยังมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมโพลิเมอร์อย่างมาก

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สำรอง
อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สำรองนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของแบตเตอรี่แต่เพียงอย่างเดียวจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกมากมายเช่นสภาพแวดล้อมขณะใช้งานแบตเตอรี่พวกความชื้นความร้อนหรือการได้รับการกระทบกระเทือนต่าง ๆ ฉะนั้นถ้าหากจะใช้แบตเตอรี่สำรองให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานก็ควรจะหมั่นดูแลรักษาแบตเตอรี่สำรองอยู่เสมอเสมอไม่ควรจะให้แบตเตอรี่สำรองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปกติจนเกินไป แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังแนะนำให้อีกว่า ควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่สำรองทุก ๆ 2 ปีจะดีกว่าเพราว่าของเก่าแล้ว การทำงานก็จะไม่ปกติแบบเดิม


โดยสรุปแล้วแบตเตอรี่สำรองทั้งสองชนิดนี้จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปฉะนั้นจึงควรจะเลือกให้เหมาะสมกับสไตล์การใช้งานของแต่ละคนเช่น ถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่สำรองไม่บ่อยมากแบบอาจจะทำการใช้แบตเตอรี่สำรองเพียงแค่หนึ่งครั้งหรือสองครั้งต่อ 1 สัปดาห์ผู้เขียนก็แนะนำให้เลือกใช้แบตเตอรี่แบบ lithium ion เนื่องจากเป็นแบตเตอรี่ที่ไม่ค่อยจะเสื่อมสภาพตามกาลเวลามากนักแต่จะเสื่อมสภาพตาม circle การใช้งาน แต่ถ้าหากว่าผู้อ่านท่านใดมีความจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่สำรองวันหนึ่งอาจจะใช้มากถึง  2-3  ครั้งหรือมากกว่านั้นก็ให้เลือกใช้แบตเตอรี่ชนิด lithium polymer เนื่องจากมีอายุการใช้งานตามกาลเวลา

(บทความนี้มีลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก)


วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ระวัง!! ถ้าไม่อ่านก่อนซื้อแบตสำรอง

เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้มีการใช้งานอุปกรณ์ไอทีอย่างแพร่หลาย แต่ว่าปัญหาที่ตามมากคือ แบตเตอรี่เนื่องจากว่า อุปกรณ์ ไอทีต่าง ๆนั้นมักจะใช้งานได้ไม่นานก็จะต้องนำไปชาร์จไฟใหม่  หรือส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าการใช้งานในส่วนของอุปกรณ์ไอทีนั้นมีใช้มากเกินความจำเป็น เพราะบางคนติดการท่องโลกอินเทอร์เน็ตมาก ยิ่งช่วงไหนว่างไม่ได้ เป็นต้องเผลอหยิบจับสมาร์ทโฟนขึ้นมา เพื่อเข้าสู่โลกโซเชียลทันที  มาดู 4เทคนิคการเลือกซื้อแบตสำรองเพื่อให้ได้ของดีๆ ใช้กันได้นานๆ ดีกว่า

1.เลือกปริมาณความจุความจุของแบตสำรอง
การเลือกซื้อแบตสำรองจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งควรจะซื้อให้แบตสำรองที่มีขนาดในการกักเก็บประจุไฟฟ้ามากกว่าอุปกรณ์ไอทีที่คุณใช้อยู่ ประมาณ 2 เท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟน มีความจุอยู่ที่ 2000 mAh ก็ควรเลือกแบตสำรอง ที่มีขนาดความจุอยู่ที่ 5000-6000 mAh เนื่องจากว่า เพราะว่าไม่ใช่ว่าสมาร์ทโฟนที่มีความจุของแบตเตอรี่  2000  มิลลิแอมป์จะใช้แบตเตอรี่สำรองที่มีขนาด  2000  มิลลิแอมป์ชาร์จเต็มเนื่องจากจะต้องสูญเสียพลังงานในการส่งแรงดันไฟฟ้าระหว่างแบตสำรองและสมาร์ทโฟนอุปกรณ์ไอทีนั้นนั้น

2.แบตสำรองต้องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ
แบตสำรองต้องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติหรือป้องกันการลัดวงจรของไฟฟ้าเนื่องจากหลายครั้งที่เราชอบทำการชาร์จแบตเตอรี่สำรองไว้กับสมาร์ทโฟน หรือชาร์จแบตเตอรี่สำรองเพื่อกักเก็บประจุไฟฟ้า หลายคนมักจะเสียบทิ้งไว้เป็นเวลานานดังนั้นแบตสำรองจึงควรจะมีระบบ Overcharge Protection

3.แบตสำรองต้องมีแบรนด์หรือการรับประกัน
เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีสินค้าปลอมแปลงออกมามากมายในตลาดหรือที่เรียกกันจนติดปากว่าของจีนแดงของพม่า ไม่เว้นแม้แต่แบตสำรอง ซึ่งของเหล่านี้มักจะเป็นของลอกเลียนแบบที่ดูแล้วเหมือนมากจนไม่สามารถแยกแยะออกได้ โดยอาจจะปลอมแปลงหลายๆอย่างแม้กระทั่งรูปลักษณ์ภายนอกจนถึงส่วนที่ใช้กับเก็บแบตเตอรี่ภายในซึ่งอันตรายมากซึ่งจากของเหล่านี้ไม่ได้มาตรฐานฉะนั้นควรที่จะซื้อแบตสำรองที่เป็นแบรนด์เนมไว้บ้างเพื่อป้องกันการปลอมแปลงหรือการใช้งานที่อาจจะเร็วเกินไป

4.ซื้อแบตสำรองจากแหล่งที่สามารถเชื่อถือได้
เพราะว่าถึงแม้ว่ากล่องหรือแบตสำรองที่เอามาขายนั้นจะมีการรับรองจากแบรนด์ดังหรือดูแล้วเหมือนมากๆก็ตามแต่เราก็อาจจะโดนย้อมแมวจากผู้ขายของปลายทางโดยการเอาของปลอมสลับกับของแท้โดยใช้กล่องของจริงเป็นตัวหลอกล่อเรา ฉะนั้นควรที่จะเลือกซื้อจากแหล่งซื้อขายที่เชื่อถือได้จะเป็นการดีที่สุดที่ควรซื้อจากพวกตลาดแผงลอยหรือผู้ค้าที่ค้าขายไม่เป็นที่ไม่เป็นทาง


หลัก ๆแล้วการเลือกซื้อแบตสำรองก็มีเพียงเท่านี้ฉะนั้นจงพึงระลึกไว้ว่าไม่ควรห่วงแต่ของราคา ถูก ๆเพียงอย่างเดียวเพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้วจะมีความเสียหายแก่ตัวท่านเองเป็นอย่างมาก ควรจะเลือกซื้อของดี ๆ ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่สูงไปซักหน่อย ก็ยังดีกว่าที่ท่านต้องเสียค่ารักษาจากโรงพยาบาลเป็นแน่ 

(บทความนี้มีลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก)